1 อำเภอ 1 ทุน

หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการพิจารณาเรื่องต่างๆ ของนักเรียนทุนโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน

1. การกำหนดระยะเวลา การให้ทุนศึกษาเพื่อเรียนภาษา / เตรียมมหาวิทยาลัย และ ระดับปริญญาตรี (หรือปริญญาแรกของหลักสูตร) อนุปริญญา และประกาศนียบัตร

 1.1
การเรียนภาษาและหลักสูตรเตรียมมหาวิทยาลัย
ระยะเวลาศึกษาไม่เกิน 2 ปี หรือไม่เกิน 3 ปี สำหรับกรณีที่สถานศึกษาพิจารณา เห็นว่า ระยะเวลา 2 ปี ยังไม่เพียงพอและมีความจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพิ่มอีก 1 ปี
1.2
การเรียนระดับปริญญาตรี
(หรือปริญญาแรกของหลักสูตร) อนุปริญญา และประกาศนียบัตร
 1.2.1 ระยะเวลาศึกษาในมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามระยะเวลาของหลักสูตร กรณีนักเรียนที่ไม่สามารถศึกษาได้สำเร็จภายในระยะเวลาตามหลักสูตร สำนักงาน ก.พ. จะพิจารณาเป็นรายกรณี โดยนักเรียนต้องยื่นคำร้องขอขยายเวลาการรับทุนก่อนวันสิ้นสุดการรับทุนอย่างน้อย  60 วัน

 

เอกสารประกอบการพิจารณา มีดังนี้
1. คำร้องขอขยายเวลาการรับทุนศึกษา โดยระบุระยะเวลาที่จะขอขยาย และเหตุผลความจำเป็น

2. หนังสือรับรองจากอาจารย์ที่ปรึกษา  ระบุสาเหตุที่นักเรียนไม่สามารถสำเร็จการศึกษา และกำหนดเวลาที่จะจบการศึกษาได้

3. ผลการศึกษาตั้งแต่เริ่มศึกษา จนถึงปัจจุบัน

4. ความเห็นของสำนักงานผู้ดูแลนักเรียน/สถานเอกอัครราชทูต  ทั้งนี้ หากได้รับอนุมัติให้ขยายเวลาศึกษา ระยะเวลาในการศึกษาทั้งหมดต้องไม่เกิน 7 ปี1.2.2. ระยะเวลาการเรียนภาษา เตรียมมหาวิทยาลัย และระยะเวลาการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาตรี (หรือปริญญาแรกของหลักสูตร) รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 7 ปี1.2.3. นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ก่อนครบกำหนดระยะเวลา 7 ปี ทางราชการไม่มีนโยบายให้นักเรียนอยู่ศึกษาต่อให้ครบ 7 ปี เพื่อศึกษาต่อ ในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรี1.2.4. กรณีนักเรียนที่สอบตกซ้ำชั้น เปลี่ยนสาขาวิชาหรือย้ายสถานศึกษา ให้นับระยะเวลาที่ได้ศึกษาไปแล้ว เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรด้วย เช่น นักเรียนศึกษาปริญญาตรี หลักสูตร 3 ปี เมื่อศึกษาไปแล้ว 1 ปี หากนักเรียนสอบตกซ้ำชั้น เปลี่ยนสาขาวิชา หรือย้ายสถานศึกษา นักเรียนจะเหลือเวลาการรับทุนเพื่อศึกษาต่อ เพียง 2 ปีเท่านั้น

*****************************************************
2. การเข้าศึกษาในสถาบันที่ ก.. ไม่รับรองคุณวุฒิเพื่อเข้ารับราชการ

นักเรียนทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ควรศึกษาในสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. หรือรัฐบาลประเทศนั้นๆ รับรอง เพื่อประโยชน์ในการเข้ารับราชการ และ/หรือการสมัคร รับทุนอื่น เพื่อศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น (สามารถตรวจสอบการรับรองสถาบันการศึกษาได้ที่ www.ocsc.go.th)

******************************************************
3. การเรียนหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษ

นักเรียนทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น เฉพาะรุ่นที่ 1 และ 2 สามารถเลือกเข้า ศึกษาในสถานศึกษาที่เปิดสอน หลักสูตรภาคภาษาอังกฤษได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.พ. ก่อน

****************************************************
4. การลงทะเบียนศึกษา

นักเรียนต้องลงทะเบียนศึกษาแบบเต็มเวลา  (full time) หรือตามที่สถานศึกษากำหนด หากสถานศึกษาไม่ได้กำหนด นักเรียนต้องลงทะเบียนเรียนในจำนวนวิชาและหน่วยกิต ที่เหมาะสม ที่จะสามารถศึกษาได้สำเร็จภายในระยะเวลาตามหลักสูตร  จะศึกษาแบบ part time ไม่ได้ โดยเลือกศึกษาวิชาให้ตรงตามสาขาวิชาที่นักเรียนได้เลือกศึกษาไว้ หรือที่ทางราชการกำหนด และต้องเป็นวิชาที่สามารถนับรวมอยู่ในหลักสูตรได้ ทั้งนี้ ไม่อนุญาตให้นักเรียนลงทะเบียนศึกษาแบบทางไกลหรือศึกษาทาง Internet

******************************************************
5. การลงทะเบียนศึกษา

นักเรียนทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นมีหน้าที่ต้องรายงานผลการศึกษาให้ สำนักงานผู้ดูแลนักเรียน หรือสถานเอกอัครราชทูตทราบทุกภาคการศึกษา

******************************************************
6. เกณฑ์การศึกษา
สถานศึกษาที่มีระเบียบหรือกฎเกณฑ์การสอบผ่านเพื่อเลื่อนขึ้นชั้นที่สูงขึ้น เช่น ต้องสอบผ่านทุกวิชา หรือต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 60%เป็นต้น กรณีเช่นนี้ ให้ใช้ระเบียบกฎเกณฑ์ของสถานศึกษา
– กรณีที่สถานศึกษามิได้กำหนดเกณฑ์การสอบผ่านในแต่ละปีการศึกษา ให้ใช้เกณฑ์การสอบผ่าน ดังนี้

ปีที่ 1 สอบผ่านอย่างน้อย 50% ของวิชาที่ศึกษา
ปีที่ 2 สอบผ่านอย่างน้อย 70%  ของวิชาที่ศึกษา
ปีที่ 3 เป็นต้นไป สอบผ่านอย่างน้อย 80% ของวิชาที่ศึกษา

 

สำหรับนักเรียนทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น รุ่นที่ 1 ให้ใช้เกณฑ์ ดังนี้

ปีที่ 1 และ ปีที่ 2 สอบผ่านอย่างน้อย 50%ของวิชาที่ศึกษา
ปีที่ 3 เป็นต้นไป   สอบผ่านอย่างน้อย 80% ของวิชาที่ศึกษา

หากไม่เป็นไปตามเกณฑ์การศึกษาดังกล่าว ก็ให้นักเรียนยุติการศึกษา ในต่างประเทศ และกลับไปศึกษาต่อในประเทศไทย

หมายเหตุ วิชาที่ศึกษาหมายถึง วิชาที่สถานศึกษากำหนดให้ลงทะเบียนศึกษา หรือหากสถานศึกษาไม่มีข้อกำหนด นักเรียนต้องลงทะเบียนศึกษาในจำนวนวิชาและหน่วยกิต ที่เหมาะสมที่จะสามารถสำเร็จการศึกษาได้ภายในเวลาตามที่หลักสูตรกำหนด

******************************************************
7. การศึกษาภาคฤดูร้อน มอบอำนาจให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ หรือสถานเอกอัครราชทูตฯ พิจารณา ในกรณีที่เข้าหลักเกณฑ์ ดังนี้

  1. จะต้องเป็นการช่วยให้สำเร็จการศึกษาได้เร็วขึ้น
  2. วิชาที่ขอศึกษาจะต้องเป็นวิชาที่อยู่ในหลักสูตร และสามารถนับเข้าไปในโปรแกรมการศึกษาได้ และต้องมิใช่เป็นการศึกษาแบบ Audit
  3. ต้องศึกษา ณ สถานศึกษาเดิม ทั้งนี้ สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ หรือสถานเอกอัครราชทูตฯ จะต้องตรวจสอบด้วยว่านักเรียนแต่ละรายมีเงินงบประมาณเหลือพอที่จะเป็นค่าเล่าเรียนภาคฤดูร้อนได้ หรือมิฉะนั้นก็จะต้องมีเงินงบประมาณของนักเรียนรายอื่นๆ เหลือจ่ายอยู่ พอที่จะนำมาจ่ายได้ จึงจะอนุมัติให้ศึกษาภาคฤดูร้อนได้ แต่ถ้างบประมาณไม่เพียงพอ และไม่สามารถถัวจ่ายจากนักเรียนรายอื่นได้ จะต้องส่งเรื่องไปยังสำนักงาน ก.พ. เพื่อให้พิจารณาก่อนเป็นรายๆ ไป

วิธีดำเนินการและข้อควรคำนึงในการพิจารณา  นักเรียนต้องยื่นคำร้องขออนุมัติศึกษาภาคฤดูร้อน และตรวจสอบว่า นักเรียนศึกษาที่สถานศึกษาเดิมหรือไม่ หากเป็นการไปศึกษา ณ สถานศึกษาอื่น ต้องมีหนังสือรับรองจากสถานศึกษาเดิมว่า สามารถโอนหน่วยกิตไปนับรวมในหลักสูตรได้ ทั้งนี้ ไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

 ********************************************
8.
การเปลี่ยนสาขาวิชาศึกษา มอบอำนาจให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียน หรือ สถานเอกอัครราชทูต พิจารณาในกรณีที่เข้าหลักเกณฑ์ ดังนี้

  1. นักเรียนทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น รุ่นที่ 2 ทางราชการได้กำหนดกรอบสาขาวิชาให้ศึกษา (รายละเอียดกรอบสาขาวิชาในเอกสารแนบท้าย) กรณีนักเรียนประสงค์จะศึกษาวิชาที่ไม่อยู่ในกรอบดังกล่าว ก็จะต้องเป็นสาขาวิชาที่ประเทศนั้นๆ มีความโดดเด่นและชำนาญการ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ในภาพรวม
  2. นักเรียนที่เข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาแล้ว การขอเปลี่ยนสาขาวิชาจะกระทำได้เฉพาะในปีการศึกษา ปีที่ 1 เท่านั้น และไม่เกิน 1 ครั้ง

เอกสารประกอบการพิจารณา

  1. คำร้องขออนุมัติเปลี่ยนสาขาวิชา พร้อมทั้งระบุเหตุผลและความจำเป็นกรณีศึกษาไปแล้ว ให้ระบุชื่อวิชาและหน่วยกิตที่สามารถโอนได้
  2. รายละเอียดหลักสูตรของวิชาที่จะไปศึกษา
  3. หนังสือตอบรับจากสถานศึกษาให้เข้าศึกษาในเทอมถัดจากเทอมที่นักเรียนกำลังศึกษาอยู่

ทั้งนี้ นักเรียนต้องยื่นเรื่องขออนุมัติเปลี่ยนสาขาวิชาก่อนล่วงหน้า เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงจะดำเนินการเปลี่ยสาขาวิชาได้

*********************************************
9.
การย้ายสถานศึกษา มอบอำนาจให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนหรือสถานเอกอัครราชทูตฯ พิจารณา ในกรณีที่เข้าหลักเกณฑ์ ดังนี้
1. การย้ายสถานศึกษาไม่ทำให้ต้องเปลี่ยนแนวการศึกษาให้ผิดไปจากแนวการศึกษาที่อนุมัติหรือกำหนดไว้
2. นักเรียนที่เข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาแล้ว การย้ายสถานศึกษาจะกระทำได้เฉพาะในภาคการศึกษาแรกของปีที่ 1 เท่านั้น และไม่เกิน 1 ครั้ง

เอกสารประกอบการพิจารณา
1. คำร้องขออนุมัติย้ายสถานศึกษา พร้อมทั้งระบุเหตุผลความจำเป็น กรณีศึกษาไปแล้วให้ระบุชื่อวิชาและหน่วยกิตที่สามารถโอนได้
2. หนังสือตอบรับจากสถานศึกษา ให้เข้าศึกษาในเทอมถัดจากเทอมที่นักเรียนกำลังศึกษาอยู่
3. หลักสูตรการศึกษาของสถานศึกษาที่ตอบรับ
อนึ่ง ทางราชการจะไม่จ่ายค่าระวางขนส่งของในการย้ายสถานศึกษาระดับเดียวกัน  ทั้งนี้ นักเรียนต้องยื่นเรื่องขออนุมัติย้ายสถานศึกษาก่อนล่วงหน้า เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว จึงจะดำเนินการย้ายสถานศึกษาได้

***************************************************
10. การเปลี่ยนระดับการศึกษา มอบอำนาจให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนหรือสถานเอกอัครราชทูต พิจารณาเปลี่ยนระดับการศึกษา ดังนี้

  1. กรณีนักเรียนไม่สามารถสมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีได้ ให้เปลี่ยนมาศึกษาระดับประกาศนียบัตรหรืออนุปริญญาได้ โดยนักเรียนจะต้องแจ้งความประสงค์ขอสมัครเข้าศึกษาระดับดังกล่าว หลังจากการเรียนภาษาและเตรียมความพร้อมแล้ว (ก่อนเริ่มเรียนระดับอุดมศึกษา)
  2. นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรหรืออนุปริญญาแล้ว สามารถศึกษาต่อจนถึงระดับปริญญาตรีได้ โดยต้องเป็นหลักสูตรต่อเนื่อง (เช่น เข้าศึกษาชั้นปีที่ 3 ของระดับปริญญาตรี ไม่ใช่เริ่มศึกษาตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 หรือ ชั้นปีที่ 2)

เอกสารประกอบการพิจารณากรณีข้อ 2

  1. คำร้องขออนุมัติเปลี่ยนระดับการศึกษา
  2. หนังสือตอบรับจากสถานศึกษา

****************************************************
11. การขอไปศึกษา ณ ต่างประเทศ ระหว่างที่ศึกษาอยู่ (เป็นการไปศึกษาต่างประเทศชั่วคราว) มอบอำนาจให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียน หรือสถานเอกอัครราชทูตฯ พิจารณาให้นักเรียนเดินทางไปศึกษา  ณ ต่างประเทศ ในกรณีที่เข้าหลักเกณฑ์ ดังนี้

  1. การศึกษานั้นต้องเป็นการบังคับตามหลักสูตร
  2. ไม่ใช้ระยะเวลาศึกษาเพิ่มมากขึ้นเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว นักเรียนจะได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายประจำเดือนในอัตราของประเทศที่ไปศึกษา

เอกสารประกอบการพิจารณา

  1. คำร้องขออนุมัติไปศึกษาต่างประเทศ
  2. หนังสือรับรองจากอาจารย์ที่ปรึกษา

****************************************************
12. การย้ายประเทศศึกษา (ระหว่างที่ศึกษาอยู่)   กรณีการขอย้ายประเทศศึกษา (ยกเว้น กลับมาศึกษาในประเทศไทย) ในหลักการไม่ให้นักเรียนย้ายประเทศศึกษา

****************************************************
13. การไปทัศนศึกษา หรือพักผ่อนนอกประเทศที่มิใช่ประเทศไทย  มอบอำนาจให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ หรือสถานเอกอัครราชทูตฯ พิจารณา อนุมัติในกรณีที่เข้าหลักเกณฑ์ ดังนี้
1. ไม่ทำให้เสียผลการเรียนหรือเสียเวลาศึกษาเพิ่มขึ้น
2. ไม่เบิกเงินพิเศษนอกเหนืองบประมาณตามที่ ก.พ. กำหนดไว้
3. เป็นช่วงเวลาที่สถานศึกษาปิดภาคการศึกษา

ทั้งนี้ นักเรียนต้องยื่นคำร้องขออนุมัติก่อนการเดินทา เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว จึงจะเดินทางได้

******************************************************
14. การกลับเยี่ยมบ้านชั่วคราวโดยได้รับค่าใช้จ่ายประจำเดือน   มอบอำนาจให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ หรือสถานเอกอัครราชทูตฯ พิจารณาอนุญาตให้นักเรียนกลับเยี่ยมบ้านชั่วคราวในระหว่างปิดภาคการศึกษา แล้วแจ้งให้สำนักงาน ก.พ. ทราบ โดยพิจารณาดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ คือ

  1. นักเรียนยื่นคำร้องขออนุมัติกลับเยี่ยมบ้านชั่วคราว โดยกำหนดระยะเวลาที่จะเดินทางไปและ กลับชัดเจน
  2. การกลับประเทศไทยไม่ทำให้เสียผลการเรียน หรือใช้เวลาศึกษาเพิ่มขึ้น และไม่กระทบต่อโครงการศึกษา
  3. นักเรียนออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป-กลับด้วยตนเอง โดยได้รับค่าใช้จ่ายประจำเดือนตามปกติ
  4. นักเรียนจะต้องรายงานตัวต่อสำนักงาน ก.พ. ในโอกาสแรกที่จะกระทำได้ เมื่อเดินทางถึงประเทศไทยแล้ว
  5. สำหรับเงินค่าใช้จ่ายประจำเดือนจะจ่ายได้ไม่เกิน 3 เดือน

ทั้งนี้ จะไม่ได้รับค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาลระหว่างอยู่ในประเทศไทย ค่าเดินทางกลับภูมิลำเนา เป็นต้น   อนึ่ง หากเป็นการเดินทางกลับประเทศไทยชั่วคราวซึ่งไม่ใช่ช่วงปิดภาคการศึกษา ให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ หรือสถานเอกอัครราชทูตฯ พิจารณาอนุมัติในกรณีที่นักเรียนมีกิจธุระจำเป็น หรือเป็นกรณีฉุกเฉิน เช่น ป่วย โดยต้องมีหนังสือรับรองจากสถานศึกษาหรืออาจารย์ที่ปรึกษา ฯลฯ

******************************************************
15. การพักการศึกษาชั่วคราว   มอบอำนาจให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ หรือสถานเอกอัครราชทูตฯ พิจารณาอนุมัติไปได้กรณี ดังนี้
1. นักเรียนป่วยจนไม่สามารถศึกษาต่อได้ โดยมีแพทย์ให้คำรับรองว่าต้องกลับมารักษาตัวในประเทศไทย
2. สาเหตุอื่นๆ เช่น ปัญหาการศึกษา ปัญหาส่วนตัว ฯลฯ

ทั้งนี้ มีหลักเกณฑ์การจ่ายค่าใช้จ่าย ดังนี้

  • ไม่จ่ายค่าใช้จ่ายค่าโดยสารเครื่องบินไป-กลับทุกกรณี
  • ไม่ได้รับเงินค่าใช้จ่ายประจำเดือนในระหว่างพักการศึกษาชั่วคราว
  • กรณีเจ็บป่วยให้สามารถขอเบิกจ่ายได้ โดยต้องเข้ารับการรักษาเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลของรัฐเท่านั้น โดยใช้งบประมาณตามโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน

******************************************************
16. การขอรับทุนประเภทอื่นๆ    อนุมัติเป็นหลักการว่า ถ้านักเรียนผู้นั้นเรียนดี จนมหาวิทยาลัยให้ทุนช่วยเหลือจากผลการเรียนนั้น โดยต้องเป็นทุนที่ไม่มีข้อผูกพัน สำนักงาน ก.พ. มอบอำนาจให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ หรือสถานเอกอัครราชทูตฯ ดำเนินการพิจารณาอนุมัติไปได้ แล้วแจ้งให้สำนักงาน ก.พ. รับทราบต่อไป

 ********************************************
17.
การดูแลกวดขันความประพฤติ  กรณีที่นักเรียนประพฤติตนไม่เหมาะสมกับการเป็นนักเรียนทุนรัฐบาล ให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ หรือสถานเอกอัครราชทูตฯ ดำเนินการตามลำดับ ดังนี้

  1. ว่ากล่าวตักเตือน
  2. ชะลอการจ่ายเงินประจำเดือน
  3. ยุติการศึกษา

*********************************************
18.
การให้ยุติการศึกษาในต่างประเทศ   มอบอำนาจให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ หรือสถานเอกอัครราชทูตฯ พิจารณาอนุมัติให้นักเรียนยุติการศึกษา ในกรณีดังนี้

  1. ป่วย โดยมีหนังสือรับรองจากแพทย์ผู้รักษาว่าไม่อาจศึกษาต่อได้ หรือ
  2. ประพฤติตนเสื่อมเสีย ที่มีหลักฐานต่างๆ ชัดเจน หรือ
  3. ไม่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน
  4. ไม่สามารถเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา สถาบันอาชีวศึกษาได้ หลังจากเรียนภาษา/เตรียมมหาวิทยาลัยไปแล้ว
  5. สอบไม่ผ่านจนสถานศึกษาคัดชื่อออก หรือสอบไม่ผ่านเกณฑ์การศึกษาที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด (ตามหลักเกณฑ์ข้อ 6)
  6. นักเรียนแจ้งความประสงค์ขอยุติการศึกษา ด้วยตนเอง

********************************************************
19. การขอลาออกจากการเป็นนักเรียนทุนรัฐบาล (ทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นกรณีนักเรียนขอลาออกจากการเป็นนักเรียนทุนรัฐบาล ให้เสนอสำนักงาน ก.พ. เพื่อรับทราบเรื่องการลาออกจากการเป็นนักเรียนทุนรัฐบาล ทั้งนี้ การลาออกของนักเรียนจะมีผลตั้งแต่วันที่นักเรียนแจ้งว่าจะลาออกเมื่อใด กรณีที่นักเรียนมิได้กำหนดหรือแสดงความประสงค์ว่าจะลาออกวันใด ให้ถือวันที่สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ หรือสถานเอกอัครราชทูต ได้รับหนังสือการลาออกของนักเรียน หรือสถานเอกอัครราชทูตได้รับหนังสือการลาออกของนักเรียน

******************************************************
20. การอุทธรณ์คำสั่ง  เมื่อนักเรียนได้มีคำขอใดๆ และ ก.พ. หรือสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ หรือ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์อนุมัติ จึงไม่อนุมัติตามคำขอ ถ้านักเรียนได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว โดยไม่มีเหตุผลเพิ่มเติมเพียงพอที่จะอยู่ในหลักเกณฑ์อนุมัติได้   ก็ให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ หรือสถานเอกอัครราชทูตฯ พิจารณาไม่อนุมัติคำขออุทธรณ์ดังกล่าวไปได้ แต่หากการอุทธรณ์ของนักเรียนมีเหตุผลเพียงพอแล้ว  ก็ให้ส่งเรื่องให้ ก.พ. พิจารณาต่อไป