การประกันสุขภาพเมื่อมาศึกษาในฝรั่งเศส

ประเทศฝรั่งเศสเป็นรัฐสวัสดิการ ที่มีระบบประกันสุขภาพให้ความคุ้มครองรักษาพยาบาล จัดว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป สำหรับนักศึกษาที่มาศึกษาในฝรั่งเศส เรื่องประกันสุขภาพเป็นเรื่องที่ชวนปวดหัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง   ในปีการศึกษา 2561-2562 เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเรื่องระบบประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษา ซึ่งจะเข้าที่อยู่ตัวในปี 2563    ในชั้นต้นนี้ ขอทำความเข้าใจกับศัพท์เรื่องประกันสุขภาพก่อน

ประกันสุขภาพหลักและประกันสุขภาพเสริม

1.ประกันสุขภาพหลัก หรือที่รู้จักกันในนามว่า Sécurité sociale ซึ่งแท้จริงแล้ว  คำนี้หมายถึงกองทุนประกันสังคมซึ่งครอบคลุมสวัสดิการหลายอย่าง และหนึ่งในนั้นคือ สวัสดิการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย หน่วยงานของรัฐที่ดูแลเรื่องกองทุนรักษาพยาบาลนี้คือ Caisse d’Assurance Maladie เรียกสั้นๆว่า CPAM แต่ละเขตจะมี CPAM ประจำเขต  ผู้ที่ทำงานมีรายได้ทุกคน   รวมถึงนักศึกษาที่ได้รับค่าตอบแทนจากการฝึกงาน หรือทำงานในห้องทดลอง จะต้องจ่ายเบี้ยประกันสังคม หัก ณ ที่จ่ายโดยนายจ้าง และมีสิทธิได้รับประกันสุขภาพ Securité Sociale ด้วย

นักศึกษาต่างชาติมักจะรู้จักสวัสดิการรักษาพยาบาลตัวนี้   ในชื่อของบัตรเขียว Carte Vitale   ซึ่งรัฐออกให้แก่ผู้ที่ได้รับความคุ้มครอง ทั้งคนทำงาน คนว่างงาน และนักศึกษา บัตรนี้เก็บข้อมูลสิทธิในการรักษาพยาบาลเพื่อใช้แสดงต่อสถานพยาบาลเวลาจ่ายค่ารักษาพยาบาล ข้อมูลจะถูกส่งตรงไปที่  CPAM   เพื่อขอคืนเงินค่ารักษาพยาบาลทำให้ไม่ต้องกรอกเอกสาร   และหากเป็นสถานพยาบาลของรัฐจะได้รับการยกเว้นจ่ายเงินในส่วนที่ CPAM คืนให้ เพราะ CPAM จะชำระบัญชีโดยตรงกับสถานพยาบาลของรัฐ

ระบบประกันสุขภาพหลักของฝรั่งเศสยังแบ่งย่อยออกเป็น 3 ระบบ ถ้าเข้าไปดูในเว็บไซต์เรื่องนี้คือ www.ameli.fr  หัวข้ออัตราคืนค่ารักษาพยาบาล  ขอให้ดูระบบที่เขียนว่า  ระบบทั่วไป           (cas général)อีก 2 ระบบนั้นเป็นระบบพิเศษไม่เกี่ยวข้องกับเรา

การคืนเงินค่ารักษาพยาบาล
ขอยกตัวอย่างการคืนเงินกรณีเข้ารักษาตัวเป็นคนไข้ในในโรงพยาบาล จะเบิกคืนได้ 80% ถ้าเป็นโรงพยาบาลของรัฐ หรือสถานพยาบาลเอกชนที่เก็บค่ารักษาพยาบาล ในอัตราเดียวกับสถานพยาบาลของรัฐ    ซึ่งเรียกว่า สถานพยาบาล Conventionné ระดับที่ 1 หากว่าจ่ายค่ารักษาพยาบาล 100 ยูโร ก็จะเบิกคืนได้ 80 ยูโร แต่ถ้า สถานพยาบาลเอกชนนั้นเก็บค่ารักษาที่สูงกว่าโรงพยาบาลของรัฐ เพราะเป็นสถานพยาบาล Conventionné ระดับที่ 2 ส่วนเต็มร้อย ที่นำมาเป็นฐานคำนวณก็คืออัตราโรงพยาบาลรัฐ ไม่ใช่อัตราที่จ่ายจริงให้แก่สถานพยาบาล

การพบแพทย์ก็เช่นกัน ถ้าเป็นแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนใน Conventionné ระดับที่ 1 แพทย์จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ตามที่รัฐกำหนดขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นส่วนเต็มร้อย และคนไข้เบิกคืนได้ 70%   จะทราบได้ว่าแพทย์ที่ต้องการปรึกษาอยู่ใน Conventionné ระดับที่ใด  สามารถดูได้ที่ www.ameli.fr

เรื่องเงื่อนไขการเบิกคืน (เช่น การมีแพทย์ประจำตัว ซึ่งสำคัญมากทุกคนต้องมีและแจ้งให้ CPAM ทราบ) ขอให้อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ สนร. http://oeaparis.free.fr/newoeaparis/?p=462) และอัตราการเบิกคืนของประกันสุขภาพหลัก Sécurité sociale     เป็นเรื่องที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกๆ 2-3 ปี  จึงขอให้ทำความเข้าใจและศึกษาข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน  โดยการเข้าไปที่เว็บไซต์ www.ameli.fr

2. ประกันสุขภาพเสริม  ส่วนที่รัฐไม่จ่ายคืนให้ ถ้าคนไข้อยากได้คืนเต็มจำนวน ก็ต้องทำประกันสุขภาพเสริมซึ่งประกันสุขภาพเสริมก็มีอัตราคืนเงินแตกต่างกันไป ถ้าจ่ายเบี้ยต่ำ ก็จะได้คืนขั้นพื้นฐานคือเสริมให้ได้คืนเต็ม 100% ถ้าจ่ายเบี้ยสูง ก็ได้คืนสูงขึ้น   เช่น ได้คืน 150 % ทำให้สามารถไปพบแพทย์ที่อยู่ใน Conventionné ระดับที่ 2 ได้โดยไม่ต้องควักเนื้อเป็นต้น ประกันสุขภาพเสริมนี้ มีคำเรียกหลายอย่างเช่น Mutuelle หรือ  Complément de Santé

ประกันสุขภาพหลักนั้น เป็นประกันบังคับขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องมี ส่วนประกันสุขภาพเสริมนั้น ไม่บังคับแล้วแต่กำลังทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน รัฐบาลมีแนวโน้มถ่ายเทความรับผิดชอบไปให้ประกันสุขภาพเสริมมากขึ้น   เช่น การออกกฎหมายให้นายจ้างจัดทำ และออกค่าประกันสุขภาพเสริมให้แก่ลูกจ้างครึ่งหนึ่ง เพื่อลดจำนวนผู้ขอใช้บริการประกันสุขภาพเสริมสำหรับคนยากไร้ของรัฐ

 

*** ทำอย่างไรจึงจะมีประกันสุขภาพเมื่อมาเรียนที่ฝรั่งเศส***
ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น ช่วงปีการศึกษา 2561-2562 เป็นรอยต่อของการปฏิรูประบบประกันสุขภาพ สำหรับนักศึกษา เพื่อให้เข้าใจง่าย จะขออธิบายบริบทช่วงก่อนหน้าปีการศึกษา 2561-2562 ก่อน ผ่านตัวละครแทนนักศึกษา แต่ละประเภทดังนี้

ตัวละครกลุ่มที่ 1  เรียนในฝรั่งเศสอยู่แล้วก่อนกันยายน 2561 ได้แก่ นายอ่อนวัย รัฐคุ้มครอง นายแก่วัย รัฐสงสาร  นางสาวสูงวัย พอมีทรัพย์ และ นายถึงอย่างไร ไม่มีสิทธิ์

ตัวละครกลุ่มที่ 2 มาเรียนในฝรั่งเศสหลังกันยายน 2561 ได้แก่ นายมาใหม่ ยังงงอยู่

ก่อนหน้าปีการศึกษา 2561-2562 ระบบประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษากำหนดว่า นักศึกษาที่ศึกษาในสถานศึกษาของรัฐ หรือของเอกชนที่ได้รับการรับรองจากรัฐ ที่อายุต่ำกว่า 28 ปี ไม่ว่าจะชาติฝรั่งเศสหรือต่างชาติ จะต้องทำประกันสุขภาพหลัก พร้อมกับการลงทะเบียนจ่ายค่าเล่าเรียนให้สถานศึกษา โดยทำกับบริษัทที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ ที่ชื่อว่า LMDE  SMEREP  SMERRA  VITTAVI  เป็นต้น และบริษัทเหล่านี้ นอกจากทำหน้าที่ดูแลการคืนเงินประกันสุขภาพหลักแทนองค์กร CPAM ของรัฐแล้ว ก็เสนอขายประกันสุขภาพเสริม ให้แก่นักศึกษาด้วย นายอ่อนวัย รัฐคุ้มครอง  อยู่ในกลุ่มนี้

ส่วนนักศึกษาที่อายุเกิน 28 ปี รัฐก็มีทางออกให้  คือมีประกันสุขภาพสำหรับคนยากไร้  ซึ่งชาวฝรั่งเศสถ้าอายุเกิน 28 ปี แล้วยังไม่มีงานทำ (นักศึกษาก็อยู่ในข่ายนี้ด้วย) ก็จะไปขึ้นทะเบียนเป็นคนยากไร้ จะได้รับเงินยังชีพช่วยเหลือจากรัฐ และได้รับประกันสุขภาพคนยากไร้ด้วย นักศึกษาต่างชาติที่อายุเกิน 28 ปีนั้น จะไปขึ้นทะเบียนเป็นคนยากไร้ ขอรับเงินยังชีพนั้นไม่ได้ แต่จะไปขอรับประกันสุขภาพคนยากไร้ก็ได้ นายแก่วัย รัฐสงสาร จัดอยู่ในประเภทนี้

แต่ว่าก็มีนักศึกษาต่างชาติที่อายุเกิน 28 ปี และมีทุนสนับสนุนจากครอบครัว หรือจากหน่วยงานให้ทุน ได้แก่ นางสาวสูงวัย พอมีทรัพย์ ก็จะไปซื้อประกันบริษัทเอกชน (เช่น นักเรียนทุนรัฐบาลไทยเป็นต้น)

ประกันเอกชนนี้ เป็นประกันที่จ่ายคืนเงินรวมประกันสุขภาพหลัก และประกันสุขภาพเสริมไว้ด้วยกัน เรียกได้ว่าเป็นประกัน 2 in 1 เช่น ถ้าเข้านอนโรงพยาบาลรัฐ หรือสถานพยาบาลเอกชน Conventionné ระดับที่ 1 ส่งใบเสร็จไปเบิกจะได้รับเงินคืนให้เต็มร้อย ในการโอนจ่ายครั้งเดียวจากบริษัทประกัน ในขณะที่ผู้ที่ทำประกันกับรัฐจะเบิกคืนได้เต็ม โดยการโอนคืนจาก 2 ทาง คือ จากประกันสุขภาพหลัก 80 ยูโร และจากประกันสุขภาพเสริม 20 ยูโร ถ้าไม่ได้ทำประกันสุขภาพเสริม ก็ได้แค่ทางเดียวจากรัฐแค่นั้นเอง

ในอดีตมีนักเรียนบางรายที่มีอายุเกิน 28 ปี  ไม่ได้ทำประกันสุขภาพ  เมื่อเกิดเจ็บป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ทำให้เสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ดังนั้น ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป ก็จะไม่มีกรณีเช่นนี้อีกต่อไป เพราะนักศึกษาต่างชาติทุกคน ที่ศึกษาในสถานศึกษาของรัฐ หรือของเอกชนที่ได้รับการรับรองจากรัฐ จะได้รับความคุ้มครองฯ

ส่วนนักศึกษาที่ไม่ได้อยู่ในสถานศึกษาของรัฐ หรือของเอกชนที่ได้รับการรับรองจากรัฐ เช่น ผู้ที่มาเรียนภาษาในศูนย์ภาษาที่ไม่ได้ขึ้นต่อมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่มีสิทธิใช้ประกันสุขภาพหลักของรัฐ จะต้องใช้ประกันสุขภาพเอกชน  ซึ่งราคาความคุ้มครองพื้นฐานอยู่ประมาณ  650-750 ยูโร/ปี  นายถึงอย่างไร ไม่มีสิทธิ์  อยู่ในประเภทนี้

ความเปลี่ยนแปลงในปีการศึกษา 2561 -2562
รัฐบาลมีแผนว่าในปี 2563 จะแทนที่ระบบประกันสุขภาพสำหรับนักศึกษา ด้วยระบบประกันสุขภาพทั่วไปเหมือนคนทำงาน  นักศึกษาทุกคนทุกชาติที่เรียนในสถานศึกษาของรัฐ  หรือของเอกชนที่ได้รับการรับรองจากรัฐ   จะมาใช้บริการประกันสุขภาพหลักบริหารโดย  CPAM  องค์กรประกันสุขภาพของรัฐทุกคน

ในขั้นที่ 1 ของการปฏิรูป ยกเลิกการเก็บค่า Sécurity sociale เวลาลงทะเบียนไม่ให้มีอีกต่อไป   แต่เพิ่มรายการเรียกเก็บใหม่คือ ค่าธรรมเนียมการเป็นนักศึกษา ที่เรียกว่า CVEC จำนวน 90 ยูโร ค่าธรรมเนียมตัวนี้ เปรียบเสมือนกุญแจไขประตู ที่นักศึกษาต้องจ่ายก่อนทางเว็บไซต์ จึงจะลงทะเบียนเป็นนักศึกษาได้ ทั้ง นายอ่อนวัย รัฐคุ้มครอง นายแก่วัย รัฐสงสาร และนางสาวสูงวัย พอมีทรัพย์ ทุกคนต้องจ่ายค่า CVEC

ในปีการศึกษาใหม่ 2561-2562 นี้ นายอ่อนวัย และ นายแก่วัย ไม่ต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติม เรื่องประกันสุขภาพหลัก   ถ้าอยากซื้อประกันสุขภาพเสริมก็ซื้อได้ เวลามีปัญหาเรื่องเบิกคืนค่าประกันสุขภาพหลัก  ก็ให้ติดต่อบริษัทสัมปทานที่ดูแลตนเมื่อปีการศึกษาที่แล้ว (2560-2561) เช่น LMDE SMEREP SMERRA VITTAVI เหมือนเดิมก่อน  พอปีการศึกษา 2562-63 บริษัทก็จะถ่ายข้อมูลของ นายอ่อนวัย และ นายแก่วัย ไปให้ CPAM ดูแลต่อ และเหลือบทบาทเพียงขายประกันสุขภาพเสริมอย่างเดียว     ในปี 2563 ทั้งนายอ่อนวัย  และ  นายแก่วัย  ก็จะมาใช้นามสกุลเดียวกันหมดคือ  นามสกุล รัฐคุ้มครอง เหตุที่ทั้ง 2 คนไม่ต้องลงทะเบียนกับ CPAM เพราะ CPAM ต้องรับมือกับนักศึกษาประเภท นางสาวสูงวัย พอมีทรัพย์ ซึ่งปีที่แล้วทำประกันสุขภาพเอกชนยังไม่ได้ เข้าระบบ Securité Sociale ก่อน  พอนางสาวสูงวัย ทำการลงทะเบียนรับความคุ้มครองจากรัฐกับหน่วยงาน  CPAM  เรียบร้อย  ก็จะเปลี่ยนนามสกุลมาเป็น นางสาวสูงวัย รัฐคุ้มครอง

ส่วน นายถึงอย่างไร ไม่มีสิทธิ์ ซึ่งเรียนภาษาจบในเดือนสิงหาคม 2561 แล้วได้รับตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยในปี 2561 -2562 ก็จะกลายมาอยู่ในกรณีเดียวกับ นางสาวสูงวัย คือ จ่ายค่า CVEC ไขกุญแจก่อนลงทะเบียนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยของรัฐ หรือของเอกชนที่ได้รับการรับรองจากรัฐ  แล้วจึงไปลงทะเบียนรับความคุ้มครองจากรัฐ  กับหน่วยงาน CPAM เปลี่ยนนามสกุลมาเป็น รัฐคุ้มครอง อีกคน

แต่ถ้า นายถึงอย่างไร ยังเรียนภาษาต่อ หรือเข้าเรียนต่อในโรงเรียนสอนทำอาหาร ก็ยังคงต้องใช้นามสกุล ไม่มีสิทธิ์ ต่อไป

ตัวละครสุดท้าย นายมาใหม่ ยังงงอยู่  ถ้าได้รับตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยตั้งแต่อยู่ประเทศไทยทันทีที่มาถึงฝรั่งเศสก็ทำการจ่ายค่าลงทะเบียนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย และจากนั้นลงทะเบียนรับความคุ้มครองกับ CPAM อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตว่า   หากไปกดดูเว็บไซต์ www.etudiant-etranger.ameli.fr ซึ่งเปิดไว้ให้นักศึกษาที่เข้าสู่ระบบ Securité sociale เป็นครั้งแรกลงทะเบียน เช่น นางสาวสูงวัย ได้ระบุว่า นักศึกษาต่างชาติสามารถเตรียมการลงทะเบียนรับความคุ้มครองกับ CPAM ซึ่งทำทางอินเตอร์เน็ตได้ แต่หากดูรายการเอกสารที่ต้องแนบในการลงทะเบียนแล้ว จะเห็นได้ว่า ในทางปฏิบัติแล้ว นายมาใหม่ จะไม่สามารถมีเอกสารดังกล่าวได้ตราบใดที่ยัง ไม่เดินทางมาถึงฝรั่งเศส

เอกสารดังกล่าวได้แก่

– หนังสือเดินทาง และบัตรพำนักในฝรั่งเศส
– หลักฐานการลงทะเบียนเป็นนักศึกษา ในสถาบันอุดมศึกษา ในปีการศึกษาปัจจุบัน
– รายละเอียดบัญชีธนาคารในฝรั่งเศส RIB
– เอกสารทะเบียนราษฎร์รับรองการเกิด ได้แก่ สำเนาสูติบัตร หรือหนังสือรับรองการเกิด ที่ได้รับการรับรองจากสถานกงสุล ต้องแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส โดยนักแปลที่ได้รับการรับรองจากทางการฝรั่งเศส เพื่อนำไปใช้ในการจ่ายหมายเลขประจำตัว Sécurité sociale ซึ่งบอก เพศ ปี เดือนที่เกิด สถานที่เกิด (นอกหรือในประเทศฝรั่งเศส) หมายเลขนี้ จ่ายโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ และใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 2 เดือน

บนเว็บไซต์ระบุว่า เมื่อนักศึกษาลงทะเบียนผ่าน www.etudiant-etranger.ameli.fr เรียบร้อยแล้ว จะได้รับหนังสือรับรองความคุ้มครองประกันสุขภาพ และหมายเลขประจำตัว Securité sociale ชั่วคราว

นักศึกษาที่ลงทะเบียนรับความคุ้มครอง ประกันสุขภาพหลัก Sécurité sociale เป็นครั้งแรกในปีการศึกษา 2561-2562 จะเริ่มต้นรับความคุ้มครองเมื่อใด

นักศึกษาเช่น นายอ่อนวัย และ นายแก่วัย ซึ่งอยู่ในระบบคุ้มครองประกันสุขภาพหลัก Sécurité sociale ก่อนหน้านี้แล้วนั้น ได้รับความคุ้มครองฯ ต่อเนื่องไม่มีปัญหา แต่ผู้ที่ลงทะเบียนเป็นครั้งแรก เช่นนางสาวสูงวัย  หรือ นายถึงอย่างไร จะได้รับความคุ้มครองเมื่อใด จาก Forum คำถาม-ตอบ บนเว็บไซต์ https://forum-assures.ameli.fr/questions/1740534-debut-couverture-assurance หัวข้อ DEBUT DE LA COUVERTURE D’ASSURANCE    ให้ข้อมูลว่า  ความคุ้มครองเริ่มตั้งแต่วันที่ลงทะเบียนเป็นนักศึกษา ดังนั้น จึงขอเชิญชวนให้นักศึกษา ที่อยู่ในกรณีของนางสาวสูงวัย และนายถึงอย่างไร เร่งรัดขออาจารย์ให้สามารถลงทะเบียนเป็นนักศึกษาได้ในโอกาสแรก และเมื่อได้เอกสารลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ให้รีบลงทะเบียนรับความคุ้มครองต่อ CPAM ทันที เพื่อจะได้เอกสารแสดงว่า ได้รับความคุ้มครองประกันสุขภาพหลัก Sécurité sociale และนำไปแสดงเพื่อติดต่อซื้อประกันสุขภาพเสริมได้  ซึ่งสามารถซื้อกับบริษัทใดก็ได้เหมือนคนทั่วไป ไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะบริษัทที่เอ่ยชื่อมาข้างต้น ทั้งนี้ แนะนำให้ศึกษาเงื่อนไขคืนเงินให้ดีก่อนว่า คุ้มค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปหรือไม่ เช่น หากไม่มีปัญหาเรื่องสายตา ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกประกันสุขภาพเสริมที่คืนเงินค่ารักษาหมวดนี้สูงเป็นต้น และอย่าลืมเลือกแพทย์ประจำตัว (Médecin traitant) ในโอกาสแรกด้วย

 นอกจากนั้น ยังมีประกันอีก 2 ประเภท ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับชีวิตนักศึกษา ได้แก่

– ประกันความรับผิดต่อบุคคลที่ 3 Assurance de responsabilité civile (หรือ Assurance Scolaire, Assurance Universitaire) ซึ่งนักศึกษาสายวิทยาศาสตร์ต้องทำและใช้ยื่นเป็นหลักฐานประกอบในการลงทะเบียนเป็นนักศึกษา และนักศึกษาทุกคนที่ทำการฝึกงานต้องแสดงหลักฐานนี้ เมื่อทำสัญญาฝึกงาน ประกันชนิดนี้มีเพื่อให้ความคุ้มครองในกรณีเช่นทำการทดลองแล้วเกิดความเสียหาย เพื่อนในห้องทดลองบาดเจ็บ

– ประกันความเสียหายที่พัก Assurance d’Habitation หากเช่าห้องพักเอกเทศ เจ้าของที่พักจะบังคับให้ทำประกันชนิดนี้    อย่างไรก็ตาม ในหอพักบางแห่งบังคับให้ทำด้วยเช่นกัน

กรมธรรม์ประกันความเสียหายที่พัก Assurance d’Habitation หรือประกันสุขภาพเสริม (บางกรมธรรม์) จะรวมความคุ้มครองประกันความรับผิดต่อบุคคลที่ 3 ไว้ด้วย จึงควรตรวจสอบให้ละเอียดเพื่อหลีกเลี่ยงการซื้อประกันซ้ำซ้อน ส่วนประกันชีวิตหรือ Assurance de vie นั้น ไม่เกี่ยวกับประกันทั้งหลายที่กล่าวมาเบื้องต้นนี้

 

สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในประเทศฝรั่งเศส
ฉบับปรับเป็นปัจจุบัน 11 ต.ค. 2561