ข้อคิดจากนักเรียนทุนฯ : สูตรสำเร็จ 3 ข้อในการทำงานในห้องวิจัย

สวัสดีค่ะ เรา ชื่อ บิว กำลังเรียนปริญญาเอก สาขาวิชา  chimie et physico-chimie des matériaux ที่สถาบันวิจัยแห่งหนึ่งในเมืองปารีส ณ ประเทศฝรั่งเศส  เราเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อแชร์ประสบการณ์การทำงานในแลปวิจัย หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้อ่านนะคะ เราทำงานวิจัยในฝ่ายแลปวัสดุศาสตร์เชิงเคมีฟิสิกส์ โดยเน้นผลิตแสงเลเซอร์ ที่เราเห็นกันในหนัง หรือทางการแพทย์ต่างๆ นั่นแหละค่ะ ทำงานในส่วนนี้ก็จะต้องเริ่มทำตั้งแต่สังเคราะห์สาร ขัดตัดตกแต่ง แล้วก็ทำเทสเลเซอร์

การทำงานในห้องปฏิบัติการแลปเนี่ย ทุกคนก็คงนึกภาพคนใส่ชุดกาวน์คล้ายๆ หมอ ใส่ถุงมือลาเท็กซ์ แว่นตานิรภัย หรืออะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด เก่งที่สุดเท่าที่จะเก่งได้ แต่ในความเป็นจริงนะคะ เรารู้สึกว่า คนที่ประสบความสำเร็จหรือก้าวหน้าได้ดีในงานด้านสายวิทย์เนี่ย อาจจะเป็นได้ตั้งแต่คนเก่งกาจจัด หาตัวจับยากที่สุด เก่งกลางๆ หรือไปจนกระทั่งเก่งไม่มาก แต่สิ่งที่คนเหล่านี้มีร่วมกันหมดเนี่ย จะเป็นเรื่องความสามารถในการทำงานเข้ากับคนอื่นได้ มีความยืดหยุ่นสูง หรือจะให้พูดง่ายๆ ก็ คนนิสัยดีนั่นเองค่ะ ก็แลปสายวิทย์เนี่ย ไม่สามารถทำงานสำเร็จได้ด้วยตัวเองคนเดียวน่ะสิคะ ต้องทำงานร่วมกัน เช่น แบ่งกันใช้เครื่องมือ (บางกรณีเกิดการ ‘แย่ง’ แทน ‘แบ่ง’) คุณจะไปทะเลาะกัน เอาเป็นเอาตาย ฟ้องหัวหน้า หรือกรีดร้องใส่กัน ได้ค่ะ แต่หลังจากนั้นชีวิตก็จะอยู่ยากนิดนึง คือบางทีคุณอาจจะงง ว่ามันดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ แต่เชื่อเถอะค่ะ ว่า ถ้าเวลางานเร่งๆ ความเครียดสูง แล้วมีคนมาแย่งเครื่องมือ วี้ดบึ้มกันมาหลายคนแล้ว …..

ดังนั้นทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น เป็นอีกสิ่งที่ส่งผลต่ออนาคตการทำงานของเราได้พอๆ กับความสามารถเลยค่ะ เราก็เป็นคนนึงที่อยู่ในการเรียนทำแลปร่วมกับคนฝรั่งเศสมา 5 ปีแล้ว ตอนนี้พอจะบอกได้แล้วว่า อะไรที่ทำแล้วน่ารัก นิสัยดี และทำให้เพื่อนร่วมงานหรืออาจารย์ที่ปรึกษายอมรับและเบาใจในตัวเรา สำหรับตัวเราเอง หลัก สำคัญสามข้อให้ยึดดังนี้ค่ะ

1. Autonome ทำงานเองได้ คุณไม่จำเป็นต้องเก่งกาจที่สุด แต่คุณทำงานเป็น คิดเป็นระบบระเบียบ เข้าใจงานของตัวเอง กระตือรือร้น จะนัดคุยกับอาจารย์ก็เตรียมผลให้ครบถ้วนเรียบร้อย นับว่าผ่านไปได้แล้วค่ะ ในเบื้องต้น

2. Respect  คุณต้องเคารพคนที่คุณติดต่อด้วย หัดสังเกตุว่า เค้าถือมารยาทอะไร เช่น เจ้าหน้าที่บางคนไม่ชอบคนไม่ตรงต่อเวลา คุณก็ต้องระวังจุดนี้ บางคนอาจจะไม่ชอบคนที่ไม่เชื่อฟังเค้า ไม่ชอบคนพูดมาก อะไรก็แล้วแต่ ให้สังเกตุดูค่ะ เราเคยทำงานกับเจ้าหน้าที่คนนึงนอกมหาลัย มาวันแรกเค้าพูดยาวมากค่ะว่า เราต้องทำแบบนี้ แบบนั้น คนนั้นเค้าไม่ชอบเลยมาทำแบบนั้น แบบนี้ กับเด็กบางคนเค้าไล่ออกจากแลป ไม่ให้มาอีกเลย เพราะไม่เชื่อฟัง ดูน่ากลัวในตอนแรก แต่หลังจากที่เค้ามองว่า เราไว้วางใจได้ เค้าถึงขนาดทิ้งกุญแจห้องแลปให้เราเป็นเดือนเลยค่ะ เข้าออกเมื่อไรก็ได้ แล้วมีปัญหาอะไรเค้าตั้งใจฟัง ให้คำแนะนำแบบผู้ใหญ่ น่ารักมากค่ะ

3. Gentil นิสัยดีๆ ไว้ค่ะ (กับคนที่น่าดีด้วยนะคะ บางคนดีแล้วมาร้ายกับเราหรือหลอกเอาผลประโยชน์จากเรา ก็ขอให้เทค่ะ) ดีจากภายใน ทำให้เป็นนิสัย ให้คิดไว้เลยค่ะ ว่าคนที่อยู่รอบตัวเราฉลาดและมีสมองทุกคน คนไหนไม่ดี เราก็รู้ แค่ไม่พูดออกมา คนไหนนิสัยดี เราก็รู้เช่นกัน เราเป็นคนแบบไหน เราก็ดึงดูดคนแบบนั้นนะคะ แล้วชีวิตการทำงานก็จะมีความสุข ขอยกตัวอย่าง อาจารย์คนนึงจะรับเด็กปริญญาเอก เค้าก็มาคุยกับเราว่า จะเลือกเด็ก ขอเด็กนิสัยดีๆ เดี๋ยวต้องมาทำงานด้วยกันอีกนาน คะแนนเค้าก็ดูค่ะ เป็น first impression จากนั้นเค้าจะประเมิณนิสัยค่ะ โดยเรียกเด็กมาสัมภาษณ์เวลาใกล้ๆ กัน เพื่อดูนิสัยเด็กแต่ละคน แล้วสุดท้ายเลยก็คือ อย่าทะเลาะกับคนโดยไม่จำเป็นนะคะ สำคัญมาก

นี่เป็นหลักการปฏิบัติตัวในการทำงานของเราค่ะ นับว่า ค่อนข้างได้ผลดี เป็นที่ยอมรับและไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกับผู้อื่น เวลาไปทำแลปที่ต่างประเทศโดยการ collaboration ก็ผ่านไปอย่างราบรื่น ตีพิมพ์งานได้ดังที่ตั้งใจ ก็เลยขอแชร์เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ของเรา ขอให้ความสำเร็จอยู่กับผู้อ่านทุกๆ คนนะคะ