บทความจาก นทร สำเร็จ กศ _บันทึก ต.ค 2556

Imprimer
2013-10-15 17:15:43

(JPG) น.ส. นิศาชล ศรีไชยรัตน์ นทร. หนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน ( รุ่น 2) สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะ Tourisme Hotellerie Loisirs/ Université de Savoie เมือง Thonon les Bains ประเทศฝรั่งเศส

ระยะเวลา 5 ปีเต็มที่อยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส กับ 3 เมืองที่แตกต่าง ดิฉันได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆทั้งด้านสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม สองปีแรกที่เตรียมความพร้อมด้านภาษาที่เมือง Nancy กับเพื่อนคนไทยด้วยกันอีก 20 คน ทำให้ไม่มีความรู้สึกเหงาเท่าไร เพราะมีเพื่อนให้ปรึกษาพูดคุย และมีครอบครัวอุปถัมภ์ที่คอยให้ความอบอุ่น แต่เพราะว่าเป็นการปรับตัวในประเทศใหม่ ทำให้มีความกังวลในการวางตัว โดยเฉพาะการทักทายของคนฝรั่งเศส สภาพอากาศที่ย่ำแย่ของเมือง Nancy และความกดดันในการสอบวัดระดับภาษา ซึ่งจะต้องให้ผ่าน ทำให้ดิฉันรู้สึกท้อแท้มากจนอยากกลับไทยอยู่หลายครั้ง แต่ด้วยความที่เราเห็นว่าคนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้จึงทำให้เป็นแรงฮึดในการสู้ต่อไป

ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยที่เมือง Saint – Etienne ในฝรั่งเศสเป็นอะไรที่ตื่นเต้น เพราะในคณะที่เรียนมีคนไทยอยู่แค่สองคน จะขาดเรียนก็ลำบาก เพราะอาจารย์จะรู้ทันที ทำให้เราต้องเตือนตัวเองว่าต้องไปเรียน เพราะถ้าขาดเรียนเขาก็จะมองว่าคนไทยขาดความรับผิดชอบ การเรียนกับคนต่างชาติไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัว เพราะเพื่อนๆจะคอยถามไถ่ช่วยเหลือตลอดเวลา เพียงแต่เราต้องกล้าที่จะเปิด กล้าที่จะคุย อย่าเก็บตัวเงียบ เท่านี้เราก็จะอยู่กับคนฝรั่งเศสได้

ปีการศึกษาสุดท้ายในการศึกษาในมหาวิทยาลัยในฝรั่งเศส ดิฉันเลือกที่จะเรียนที่เมือง Thonon les Bains แทนที่จะเรียนที่เมือง Lyon มีแต่คนบอกว่าดิฉันโง่รึป่าวที่ปฏิเสธที่ Lyon ใครๆก็อยากไปเรียนที่นั่น แต่ดิฉันกับคิดว่าคณะที่เราเลือกสำคัญกว่าเมืองหรือชื่อของมหาวิทยาลัย เพราะถ้าเราเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เมืองใหญ่ แต่ถ้าสิ่งนั้นไม่ใช่เรา เราก็ไม่มีความสุข ปีสุดท้ายในประเทศฝรั่งเศสนี้เป็นอะไรที่ให้ประสบการณ์ชีวิตที่ดีมากสำหรับดิฉัน เป็นคนไทยคนเดียวในชั้นเรียน คนเดียวในเมือง ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้การใช้ชีวิตตามลำพังอย่างสมบูรณ์ ไม่เข้าใจวิชาเรียนก็ไม่มีเพื่อนคนไทยมาอธิบาย สิ่งนี้ทำให้เราต้องตั้งใจเรียนและมีความพยายามมากกว่าเดิม กลับมาทบทวนบทเรียนที่บ้านเป็นประจำ เพราะมาถึงจุดนี้แล้วดิฉันคิดว่าคงไม่มีใครอยากยุติการศึกษาแล้วขอกลับไทย ถ้าสะพานที่เราข้ามแม่น้ำมามันขาดก่อนที่เราไปถึงจุดหมาย เราก็คงต้องว่ายน้ำต่อไปให้ถึง เพราะถ้าจะย้อนกลับก็ต้องว่ายกลับ แต่เราเดินมาเกินที่จะว่ายกลับไปแล้ว ดิฉันอาจจะกล่าวได้ว่าดิฉันโชคดีที่เจอแต่คนดีๆ ที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือในด้านการเรียน หรือแม้แต่กระทั่งเรื่องส่วนตัว

ไม่น่าเชื่อว่าจากเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่งซึ่งไม่มีความรู้ด้านภาษาฝรั่งเศสเลย จะสามารถคว้าใบปริญญาไปฝากพ่อกับแม่ได้ อีกทั้งดิฉันยังภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแผ่ความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารไทย รำไทย และเอกลักษณ์ไทย

สุดท้ายนี้ดิฉันต้องขอขอบคุณโครงการดีๆ อย่างโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งทุนที่ให้โอกาสดิฉันในการมาศึกษาต่อต่างประเทศ ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเห็นน้องๆ รุ่นที่ 3 จากโครงการนี้ ดิฉันขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ สนร.ปารีส ที่คอยช่วยเหลือดิฉันในด้านต่างๆ ดิฉันจะไม่ลืมประสบการณืดีๆ ที่ได้รับจากประเทศฝรั่งเศสเลย และสัญญาว่าจะกลับไปพัฒนาบ้านเกิดที่ตัวเองอยู่เท่าที่สามารถจะทำได้


(JPG) นายอัมรินทร์ บัวเจริญ นทร. หนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน ( รุ่น 1) สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะ Mécanique / Université du Maine เมือง Le Mans ประเทศฝรั่งเศส

ผมได้รับโอกาสให้เดินทางไปเข้ารับการศึกษาในระดับปริญญาตรี ณ ประเทศฝรั่งเศส แม้จะเกิดอุปสรรคขึ้นบ้างในช่วงปีแรกเนื่องจากเป็นโครงการรุ่นแรก แต่ผม และเพื่อนๆหลายคนก็ร่วมกันรวบรวมเก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆไว้มากมาย เพื่อเป็นประสปการณ์ที่มีประโยชน์ สามารถนำมาถ่ายทอดบอกต่อ เพื่อเป็นแนวทางสืบไป

ผมใช้เวลาทั้งหมดสองปีในการเรียนภาษาฝรั่งเศส เนื่องจากส่วนตัวแล้วไม่ค่อยชอบเรียนภาษาสักเท่าไร แต่นั่นกลับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผมด้วยที่จะได้ปู และปรับพื้นฐานของภาษา ไม่เพียงแค่ใช้กับการสอบ และสื่อสารในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังสามารถเก็บเกี่ยวคำศัพท์ต่างๆที่จำเป็นจะต้องใช้ในการเรียนต่อไป อีกทั้งได้เข้าไปสัมผัสการเรียนการสอนจริง เพื่อให้สามารถปรับความเคยชินเบื้องต้นได้อย่างดีเยี่ยม ดังนั้นการเรียนภาษาซ้ำในปีที่สองนั้นจึงมีประโยชน์กับผมมากกว่า จะเสียประโยชน์(เวลา)อย่างที่น่าจะเป็น เมื่อสามารถสอบผ่านภาษาได้แล้ว จึงเลือกเข้าเรียนต่อในระดับอนุปริญญา ในสาขา Génie Mécanique et productique เป็นเวลาสองปี ก่อนเข้ารับการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ในสาขา Mécanique et Ingénieries อีกหนึ่งปี และเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงานจนถึงปัจจุบัน

โดยส่วนตัวในระดับปริญญาตรีนั้น ผมพบว่าในส่วนของพื้นฐานวิชาความรู้นั้นแทบจะไม่มีความแตกต่างกับประเทศไทยเท่าใดนัก อีกทั้งประเทศไทยยังจะแม่นยำมากกว่าในด้านเนื้อหา ทฤษฎี เพราะตำรา ความรู้ต่างๆที่ถูกคิดขึ้นมาจากที่ต่างๆ ได้ถูกเผยแพร่ในวงกว้าง และสามารถเข้าถึงได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมมองว่าได้มาจากการไปเรียนในดินแดนที่ต่างออกไปนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นกระบวนการเรียนรู้ การคิดวิเคราะห์ รวมไปถึงการนำมาประยุกต์ปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้าง และพัฒนาต่อมากกว่าการ “เรียนเพื่อรู้ ท่องต้องจำ และนำไปพยายามใช้” อีกประการที่สำคัญ และนักเรียนทุนทุกคนจะได้รับไป ทั้งที่รู้ตัวก็ดี หรือไม่รู้ตัวก็ดี คือการที่เราถูกหล่อหลอมให้มีอุปนิสัยในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ อย่างมีแบบแผน เป็นระบบระเบียบมากขึ้น รวมทั้งการจัดสรรตัวเองระหว่างความอิสระ และความรับผิดชอบที่จะต้องเดินควบคู่กันออกไป

ขอขอบคุณโครงการนี้ที่ได้เปิดโอกาสที่ดีให้กับนักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพ และเปลี่ยนให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ ได้เก็บเกี่ยวความรู้ และประสปการณ์ที่ดีมีประโยชน์ เพื่อนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง และสังคมต่อไป ขอขอบคุณความเอาใจใส่ดูแลจากพี่ - อา ทุกท่าน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีส่วนช่วยขับคลื่อนทั้งในด้านการเรียนรู้ การปรับตัว คำแนะนำ แนวทาง รวมทั้งร่วมแก้ปัญหาจนเกิดความเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี Je vous remercie du tout fond de mon cœur… (^_^)


(JPG) นายเสกสรรค์ แว่นนันท์ นทร. หนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน ( รุ่น 2) สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะ Génie Chimique-Génie des procédés de traitements des eaux / Université de Picardi Jules Verne(IUT de L’aisne) เมือง St. Quentin ประเทศฝรั่งเศส

"ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น" เป็นสำนวนคติเตือนใจที่ผมใช้มาโดยตลอดระยะเวลาหกปีเต็ม. ตั้งแต่ได้รับทุนมานั้น ผมถือว่าเป็นวันที่เปลียนแปลงชีวิตของผม ที่ได้มาศึกษาถึงต่างประเทศ โดยในตอนแรกนั้นผมได้มาเรียนเกี่ยวกับการตรียมทางด้านภาษาและวิทยาศาสตร์ที่แคว้น Lorraine ของประเทศฝรั่งเศส หลังจากนั้นผมก็สอบเข้าเรียนที่ IUT de La Roche sur Yon, Université de Nantes ในคณะชีวเทคโนโลยี สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม (Génie de l’environnement) หลังจากนั้นผมก็ได้เลือกมาเรียนในสาขาพิเศษที่เกี่ยวกับการ บำบัด การตรวจสอบรักษาคุณภาพและการจัดการทางน้ำของมหาวิทยาลัย Université de Picardie Jules Vern จนสำเร็จปริญญาตรี

การได้เรียนหนังสือในต่างประเทศนั้นถือว่าเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับตัวเอง ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างมากมาย ได้เรียนรู้ถึงนี้หรือชีวิตมนุษย์ว่ามันไม่ได้งายเลย เมื่อเราท้อ, เหงา, เหนื่อยไม่ว่าทางใจหรือทางกาย ใครจะช่วยเราล่ะคำตอบเดียว เราก็ต้องช่วยตัวเราเอง ตอนนี้รู้สึกว่าเข้าใจชีวิตและได้เรียนรู้อะไรกับมันอย่างมากมาย และจะขอทำวันนี้ให้ดีที่สุด.

สดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณสำนักงานดูแลนักเรียนไทยในฝรั่งเศส (สนร) และขอขอบคุณสำนักงาน กพ. ที่ค่อยให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ขอขอบคุณ คุณอาจีรติ ผู้ดูแลนักเรียนทุนมาโดยตลอดระยะเวลาหกปีเต็ม...ชีวิตคือการเรียนรู้ การทำความเข้าใจและยอมรับมัน


(JPG) นายจรัล ศรีคะชินทร์ นทร. หนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน ( รุ่น 2) สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะ Logistique de Distribution et Transports Internationaux (Logistic Distribution and International Transportation) ณ สถาบันเทคโนโลยีอุดมศึกษา Besançon – Vesoul (IUT de Besançon-Vesoul) เมือง Vesoul ประเทศฝรั่งเศส

สวัสดีครับผม วันนี้จะขออนุญาตนำประสบการณ์การเรียนและการใช้ชีวิตในประเทศฝรั่งเศสให้แก่ผู้ที่สนใจจะมาศึกษาที่ประเทศนี้ หรือนักเรียนทุนที่เลือกมาศึกษาในประเทศฝรั่งเศส ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณรัฐบาลไทยที่สนับสนุนการศึกษาและทุนการศึกษาให้กับเด็กไทย และสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในประเทศฝรั่งเศส ที่ให้การดูแล และให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

วิชาที่เรียนทางด้านโลจิสติกส์ สามารถแยกย่อยออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้

- ส่วนที่ 1 เรียนรู้และทำความเข้าใจการดำเนินงานของบริษัททั่วไป :ส่วนใหญ่เราได้เรียนรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร, ภาษาฝรั่งเศส, ภาษาอังกฤษ, การจัดการธุรกิจ, ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ทั่วไป, การตลาด, หลักการทั่วไปของกฎหมาย, กฏหมายพาณิชย์ของการขนส่งเอกชน

- ส่วนที่2 การจัดการโลจิสติกส์และการขนส่ง : ตัวอย่างเหล่านี้จะเกี่ยวกับการขนส่งและโลจิสติกส์ เช่น (เทคนิคเชิงปริมาณทางการเงินการบัญชีและการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศการขนส่งผู้โดยสาร, การขนส่งทางบก, การขนส่งทางอากาศ, การขนส่งทางเรือและระบบโลจิสติกต์, การวิเคราะห์คุณภาพ, การควบคุมของการจัดการโลจิสติกส์, เครื่องมือเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับจิสติกส์, การจัดการโลจิสติกส์, การจัดการสินค้าคงคลังและการจัดซื้อ, การจัดการการผลิต)

ในตอนแรกตัวผมเองยังเข้าใจว่าโลจิสติกส์คือการขนส่งเท่านั้น แต่ความจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น หลังจากที่ได้เรียนในด้านนี้ทำให้ทราบว่าเราสามารถสรุปใจความของโลจิสติกส์ให้เข้าใจได้โดยง่ายว่าเป็นกิจกรรมที่ครอบคลุมกิจกรรม “การเคลื่อนย้าย” “การจัดเก็บ” “การรวบรวม” และ “การกระจาย” นั่นเอง

การใช้ชีวิตและการเรียนในตอนแรกของผมค่อนข้างที่จะลำบาก เนื่องจากปัญหาทางด้านภาษาที่เรายังใช้ได้ไม่คล่อง และในการเรียนก็จะจดตามอาจารย์พูดไม่ทัน ดังนั้นผมจึงพยายามทบทวนบทเรียนหลังจากที่เรียนกลับมาแล้ว หากวิชาไหนที่จดตามไม่ทันก็จะขอยืมสมุดของเพื่อนก่อนเพื่อพิจารณาว่า สิ่งที่เราได้จดไปนั้นถูกต้องหรือไม่

ดังนั้นไม่ว่าเราจะเรียนที่ไหน หากเราหมั่นทบทวนตำรา ถามอาจารย์ในจุดที่สงสัย หัดทำแบบฝึกหัด ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกำลังใจด้วย สำหรับตัวผมนั้นได้รับกำลังใจจากครอบครัวมาโดยตลอด จนสามารถฝ่าฝัน จนคว้าใบปริญญาใบนี้มาได้ และผมรู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลได้มอบโอกาสอันทรงคุณค่านี้ให้กับเด็กไทย และผมเองในฐานะที่เป็นคนไทยที่รักชาติไม่น้อยไปกว่าใครก็จะนำความรู้ ความสามารถที่ได้รับมาเพื่อนำไปเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองไม่มากก็น้อย...


(JPG) นายสัญชัย แวดเวียง นทร. หนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน ( รุ่น 2) สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะ Sciences Economiques / Université de Lorraine เมือง Metz ประเทศฝรั่งเศส

เมื่อได้รับโอกาสให้มาศึกษา ณ ต่างประเทศ ความกดดันต่างๆก็ถาโถมเข้ามาใส่ทั้งความกดดันจากครอบครัว วัฒนธรรมที่แตกต่าง การที่ต้องทำธุรกรรมต่างๆด้วยตนเอง และรวมถึงความเหงาเมื่อต้องไกลบ้าน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผลการศึกษาในบางครั้งไม่เป็นไปดั่งประสงค์

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประสบการณ์ต่างๆ จะสอนให้สู้และให้พยายามเพื่อเป้าหมายที่ตั้งไว้ รวมถึงการได้เรียนรู้มุมมองด้านดี ที่ได้รับจากการอยู่ประเทศฝรั่งเศสนอกเหนือจาก ความรู้ในห้องเรียน

สังคมฝรั่งเศสเปิดโอกาสให้ผมได้คิดและพูดคุยอย่างอิสระภายใต้เหตุผล สอนให้ผมเรียนรู้คำว่าสิทธิ์อันพึงมีของบุคคลโดยที่ต้องไม่ริดรอนสิทธิ์ของผู้อื่น และเรียนรู้ที่จะกล้านำเสนอความคิดต่อผู้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมและมีเหตุผล

ถึงแม้ว่าผมจะใช้เวลานานถึง 6 ปีในมหาวิทยาลัย แต่ผมไม่เคยเสียดายเวลาที่ผมต้องห่างบ้านเกิดเพื่อที่จะเริ่มชีวิตการทำงาน ที่บางคนให้นิยามว่า"เสียเวลา" เพื่อที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ไม่สามารถเรียนรู้หรือพบเจอได้ ถ้าเลือกที่จะศึกษาที่ประเทศไทย


(JPG) นายประวันวิทย์ ศรีจันทร์ นทร. หนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน ( รุ่น 1) สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะ Techniques de commercialisation / Université du Maine (IUT de Laval) เมือง Laval ประเทศฝรั่งเศส ... ขอเล่าตามกลอนบทนี้ละกันครับ เคยแต่งไว้เมื่อปี 2009 ครับ

นิราศกระบี่ (จากไปเรียนต่างแดน) Jan 10, 2009 4:12 AM

ขอจากไกล ไปแล้ว แก้วตาพี่ ... เมืองกระบี่ แสนงาม ยามอยู่ใกล้

แต่วันนี้ ต้องเดินทาง ร้างแรมไกล... สุดฟ้าใหม่ เมืองอมร นครปารีส.

หัวใจปลิว ลิ่วลอยลม พรมความเศร้า...จากขุนเขา และทะเล ที่สนิท

ลาก่อนพ่อ แม่และน้อง ที่ใกล้ชิด...ขอใช้สิทธ์ ลาจากไป ไกลบ้านเรา.

จากบางกอก ออกไปยัง ฝรั่งเศส...ชั่งอเนจ อนาถใจ เพราะความเหงา

แต่หัวใจ ก็คอยเตือน กับตัวเรา...อย่ามัวเศร้า ต้องต่อสู้ คู่พยายาม.

ด้านภาษา ยังไม่รู้ อยู่ต่างถิ่น...หาของกิน หาที่จ่าย ต้องไต่ถาม

เมื่อแรกเริ่ม ความรู้น้อย มิได้ความ...พยายาม ตั้งใจ ในสามเดือน

ก็เริ่มผ่าน ไปได้ อย่างราบรื่น...ความครึกครื้น เริ่มแทนที่ ความเศร้าหมอง

เจอเพื่อนใหม่ เจอสิ่งใหม่ ที่อยากลอง...มีเพื่อนพ้อง ร่วมสนุก ทุกข์หายไป

เรียนภาษา หนึ่งปีผ่าน ก็พอรู้...ต้องต่อสู้ ให้มากขึ้น เป็นไหนไหน

พยายาม ร่ำเรียน ต่อต่อไป...กว่าจะถึง เส้นชัย ก็อีกนาน

สมัครเรียน ป.ตรี ที่อื่นอื่น...อีอูเต ลาวาลยื่น ส่งหนึ่งสาส์น

ว่ารับคุณ เข้าเรียน ณ เมืองลาวาล...เป็นถิ่นฐาน ถิ่นอยู่ ถิ่นต่อไป

ได้เข้าเรียน ภาควิชา การตลาด...มิได้คาด มิได้หวัง เลยสงสัย

เพราะตอนที่ ผมเรียนอยู่ ที่เมืองไทย...สายวิทย์ไง ที่ผ่านมา ผมเล่าเรียน

แต่ผ่านไป ที่ร่ำเรียน ไม่สนุก...เรียนรู้ทุก สิ่งสำคัญ เริ่มปวดเศียร

ฟังเรื่องราว ของการค้า เรียนเรียนเรียน...เหล่าคำเขียน คำอ่าน ช่างวกวน

เพราะเนื้อหา มากมาย ยังไม่รู้...ต้องต่อสู้ ด้วยสมอง ที่สับสน

แต่ถึงแม้ เป็นอย่างไร ก็จะทน...ถึงบางครั้ง บางหน จะท้อใจ

ครั้งที่หนึ่ง ต้องเรียนซ้ำ ช้ำจริงหนอ...แต่ขอคิด เป็นสิ่งที่ ไม่เสียหาย

เพราะได้รู้ คำศัพท์ อีกมากมาย...ทางการขาย การตลาด การจัดการ

หลังจากนั้น ผ่านมาได้ อย่างทุลัก...แม้จะหนัก ตะหนักได้ ถึงความหวาน

ของเส้นชัย ที่เฝ้ารอ มาแสนนาน...ใกล้จะพาน พบความจริง ในเร็ววัน

ถึงวันนี้ แสนสุขใจ ใกล้จบแล้ว...คงไม่แคล้ว จะสุขใจ และสุขสันต์

สิ่งที่ผ่าน ดูเหมือนไว ขึ้นฉับพลัน...นี้ตัวฉัน ผ่านห้าปี แล้วหรือไร

เมื่อจะจาก ลาไกล ไปอีกครั้ง...ผมก็นั่ง ตรึกตรองคิด อีกครั้งใหญ่

ยังไม่อยาก จากที่นี่ ไปแสนไกล...แต่คนเรา ต้องทำใจ การจากลา

ลาก่อนเพื่อน เหล่าน้องพี่ ที่น่ารัก...ได้รู้จัก กันนั้น บุญหนักหนา

หากฤกษ์งาม ยามดี คงได้มา...พอเจอหน้า กันอีกครั้ง อนาคตกาล

ขอขอบคุณ สิ่งดีดี ที่มีให้...ขอขอบใจ ความสุข สนุกสนาน

ขอขอบคุณ คุณครู เหล่าอาจารย์...ที่พร่ำสอน ให้ชำนาญ ผ่านการเรียน

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ กำลังใจ...จากเมืองไทย ที่ทำให้ ใจเสถียร

ขอขอบคุณ แม่และพ่อ ที่หมั่นเพียร...ให้ร่ำเรียน ผ่านไป ได้ด้วยดี

และขอบคุณ เพื่อนเพื่อน ทุกทุกท่าน...ได้พบปะ พูดคุยกัน เติมแสงสี

ความสนุก กำลังใจ ช่างมากมี...ไว้เจอกัน อีกครั้งที่ เมืองไทยเอย