บทความจาก นทร. จบการศึกษา ก.ค - ส.ค. 2553

Imprimer
2010-07-24 14:57:50

(JPG) นายศรัญญู ลิมป์วรอมร นทร.หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (รุ่นที่ 2) สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะ Sciences Pour l’Ingénieur / Université d’Aix-Marseille III เมือง Marseille ฝรั่งเศส

จากโอกาสสู่ความสำเร็จ.....“ความสำเร็จ” เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนาที่จะได้มันมา แต่บางครั้งก็ต้องใช้หลายอย่างเพื่อให้เกิดความสำเร็จขึ้น สำหรับตัวผมก็เช่นเดียวกัน ต้องใช้ทั้งความขยันหมั่นเพียร ความอดทน อาจมีบางครั้งที่ต้องพึ่งโชคด้วย แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย นั่นคือ “โอกาส” ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จก้าวนี้ของผม ผมได้โอกาสจากรัฐบาลไทยเพื่อมาศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศส ทำให้ผมได้พบวัฒนธรรมใหม่ สังคมใหม่ เพื่อนใหม่ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ “ประสบการณ์” ผมได้เรียนรู้การใช้ชีวิตโดยปราศจากคนที่ใกล้ชิดและคอยดูแลเรามาตลอดอย่างพ่อและแม่ ซึ่งต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก ทั้งอดทนต่อความเหนื่อยจากการเรียนและการเดินทาง ความคิดถึงบ้าน สภาพอากาศ อีกทั้งยังต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคมและผู้คนที่นี่ แต่นั่นคือบทเรียนอีกบทหนึ่งที่ฝึกให้ผมแข็งแกร่งขึ้น พร้อมก้าวต่อไปข้างหน้าได้โดยไม่หวั่นต่ออุปสรรคที่จะมาถึงในภายภาคหน้า และมันยังทำให้คุณค่าของความสำเร็จมีมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว ในวันนี้ผมได้รับความสำเร็จจากการจบการศึกษาที่นี่ ผมดีใจและภูมิใจที่จะได้นำความสำเร็จกลับบ้านไปฝากพ่อแม่ และประเทศชาติ แน่นอนว่าผมจะนำความสำเร็จของผมไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติผู้ได้ให้โอกาสแก่ผมให้ได้มากที่สุด.....ศรัญญู ลิมป์วรอมร


(JPG) นายบรรพต รสจันทน์ นทร.หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (รุ่นที่ 2) สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะ Sciences Pour l’Ingénieur / Université d’Aix-Marseille III เมือง Marseille ฝรั่งเศส

จากวันนั้น...จนถึงวันนี้...ยังจำความรู้สึกดีใจในวันนั้นได้เสมอที่ทราบว่าตัวเองได้รับโอกาสจากรัฐบาลให้มาศึกษาที่ประเทศฝรั่งเศส และระลึกอยู่เสมอว่าคงมีอุปสรรคมากมายรอให้ฟันฝ่าอยู่ข้างหน้า การเรียนอยู่ต่างประเทศไม่ได้สบายอย่างที่เคยจินตนาการไว้เลย จะพูดว่าลำบากเลยก็ว่าได้ แต่ในความลำบากนั้นก็มีอะไรให้คิด ให้ทำ ให้แก้ไขอยู่เสมอ และสิ่งเหล่านั้นเองที่ทำให้จากนักเรียนม.ปลาย กลายเป็นผู้ใหญ่ที่เพรียบพร้อมภายในเวลาอันสั้น ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การใช้ชีวิตในต่างแดน การเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง การช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างเพื่อน... คิดไปคิดมาก็ไม่น่าเชื่อว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ จากวันที่มองเห็นทุกอย่างดูยากไปหมด ภาษาก็ยาก การเรียนก็ยาก การใช้ชีวิตก็ยาก จนถึงวันนี้ผมสำเร็จการศึกษาแล้ว นึกย้อนกลับไปแล้วแอบยิ้มในใจทุกครั้ง ว่า ไม่ว่าจะลำบากเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน เราก็ผ่านมันมาได้เนาะ ทั้งนี้ก็ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำนักงาน ก.พ. และสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในประเทศฝรั่งเศส ที่คอยดูแล ช่วยเหลือ ให้คำแนะนำอย่างอบอุ่นมาโดยตลอด และขอบคุณรัฐบาลสำหรับโอกาสที่หยิบยื่นให้ผม "โอกาส" คำสั้นๆ แต่มีความหมายที่ไม่สั้นเลย หลายๆคนอยากได้มัน แต่มันก็ได้มาไม่ง่ายนัก หากเหนื่อย ท้อ ก็ให้คิดว่า ยังมีคนที่ด้อยโอกาสอีกเยอะที่เขาไม่ได้มีโอกาสเหมือนเรา จะได้เป็นกำลังใจให้ตัวเองสู้ต่อไป และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และสุดท้ายนี้ อยากฝากบอกเพื่อนๆ ODOS ด้วยว่า หลังจากจบการศึกษาแล้ว ไม่ว่าจะระดับไหน อย่าลืมสัญญาใจที่ได้ให้ไว้กับบ้านเกิดเรานะครับ กลับไปเยียวยา พัฒนาช่วยเหลือบ้านของเราเถอะครับ....นายบรรพต รสจันทน์


(JPG) นายวีระศักดิ์ บัวระบัติ นทร.หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (รุ่นที่ 2) สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีคณะวิทยาศาสตร์ (เคมี) Université du Maine เมือง Le Mans ฝรั่งเศส

ผมชื่อนายวีระศักดิ์ บัวระบัติ (อาร์ท) นักเรียนทุนหนึ่งอำเภอหนึ่งทุนรุ่นที่สองครับ ตอนนี้เพิ่งสำเร็จการศึกษา ระดับชั้นปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี จาก Université du Maine เมือง Le Mans ประเทศฝรั่งเศส ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณทุกหน่วยทุกฝ่ายนะครับที่ทำให้เกิดทุนนี้ขึ้นมา ที่ทำใหโอกาสทองเหล่านี้ได้ กระจายไปสู่เด็กบ้านนอกจนๆ หลายๆ คนรวมทั้งตัวผมเองด้วย ทำให้ได้มีโอกาสได้มาศึกษาต่อและใช้ชีวิตในต่างแดน ได้มาเห็นและเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างของอีกซีกหนึ่งของโลก ว่าประเทศของเขาเจริญและพัฒนาเพียงใด ผมสัญญาครับผมจะนำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมากลับไปพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของเราให้มีความก้าวหน้ามากขึ้นครับ..... วีระศักดิ์ บัวระบัติ


(JPG) นายดลชัย ละออนวล นทร. สกอ สำเร็จการศึกษาปริญญาเอก คณะ Decision Sciences / INSEAD เมือง Fontainebleau ฝรั่งเศส

ศาสตร์แห่งการตัดสินใจกับการกำหนดกฏระเบียบและนโยบาย - ดลชัย ละออนวล

การได้ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศคงเป็นสิ่งที่หลายๆ คนทั่วโลกใฝ่ฝัน ผู้เขียนก็เป็นคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสไปอยู่ในประเทศต่างๆ ถึงสามประเทศในสามทวีปในช่วงเวลาสามทศวรรษ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ บิดาของผู้เขียนได้ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาการศึกษา ณ สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทยประจำเมืองนิวเดลี ผู้เขียนจึงได้มีโอกาสศึกษาในระดับประถมศึกษา และมัธยมต้นที่ประเทศอินเดีย จากนั้นในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ผู้เขียนก็สอบได้ทุน ก.พ. เพื่อไปศึกษาในระดับมัธยมปลาย ปริญญาตรี และปริญญาโทที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นในภูมิภาคต่างๆเป็นเวลาเกือบ ๙ ปี และหลังจากที่ได้กลับมาชดใช้ทุนโดยการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ประเทศไทยอยู่หลายปี ผู้เขียนก็ยังได้มีโอกาสกลับมาศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ที่ประเทศฝรั่งเศสด้วยทุน สกอ. กล่าวได้ว่าประสบการณ์ในต่างแดนของผู้เขียนเกี่ยวข้องกับสำนักงาน ก.พ. และรัฐบาลไทยมาโดยตลอด ทั้งนี้ผู้เขียนต้องขอกราบขอบพระคุณข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกๆ ท่านที่ได้ให้การสนับสนุนและอนุเคราะห์ผู้เขียนในเรื่องต่างๆ ตลอดเวลาทั้งหมดเกือบ ๑๘ ปีที่ผู้เขียนได้อยู่ในต่างประเทศ นอกจากนี้ผู้เขียนก็ขอขอบคุณประชาชนคนไทยทุกคนที่มีส่วนให้ผู้เขียนได้รับประสบการณ์อันมีค่าเช่นนี้ ซึ่งในโอกาสนี้ผู้เขียนขออนุญาตแบ่งปันเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์แห่งการตัดสินใจ (Decision Sciences) ที่ผู้เขียนได้เรียนมากับผู้อ่านทุกๆ ท่าน

นิยามของสาขาวิชา Decision Sciences อาจจะค่อนข้างหลากหลาย ขึ้นอยู่กับคณะ สถาบัน หรือแม้แต่ประเทศที่เกี่ยวข้อง แต่โดยพื้นฐานแล้ว Decision Sciences เป็นสาขาวิชาที่ผสมผสานระหว่างสองสาขาวิชาหลักคือเศรษฐศาสตร์ (Economics) กับจิตวิทยา (Psychology) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ (Decision-making) เศรษฐศาสตร์เป็นการศึกษาที่เกี่ยวกับบรรทัดฐาน (Normative science) คือศึกษาว่าคนเราควรตัดสินใจอย่างไรให้ได้รับประโยชน์สูงสุด ส่วนจิตวิทยานั้นจะศึกษาในเรื่องของพฤติกรรม (Behavioral/Descriptive science) คือศึกษาว่าจริงๆ แล้วคนเราตัดสินใจอย่างไร ซึ่งอาจจะทำให้ไม่ได้รับประโยชน์สูงสุดเสมอไป ทั้งสองสาขาวิชานี้มีประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะในเรื่องของการกำหนดกฏระเบียบและนโยบายในทุกระดับ เพราะจะทำให้เราสามารถคาดหมายและเข้าใจการตอบสนองจากผู้คนที่จะได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฏระเบียบและนโยบายเหล่านั้นได้ดียิ่งขึ้น เศรษฐศาสตร์สอนให้เราคำนึงถึงสิ่งจูงใจ (Incentives) โดยเชื่อว่าคนเราแต่ละคนจะกระทำการใดๆ ก็เพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์สูงสุด ในขณะที่จิตวิทยาสอนให้เราคำนึงถึงความเบี่ยงเบน (Biases) เพราะคนเราในหลายๆ สถาณการณ์จะมีการคิดที่ผิดไปจากความเป็นจริงหรือมีการกระทำที่ทำให้ตนเองไม่ได้รับประโยชน์สูงสุด ในบางครั้งการกำหนดกฏระเบียบและนโยบายที่ไม่ได้คำนึงให้รอบคอบถึงสิ่งจูงใจและความเบี่ยงเบนดังกล่าวอาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ดังสองตัวอย่างที่จะกล่าวต่อไปนี้

ในประเทศสหรัฐอเมริกาเคยมีการออกกฏระเบียบให้เด็กทารกที่เดินทางโดยเครื่องบินต้องนั่งเก้าอี้ของตนเองแทนที่จะนั่งบนตักของผู้ปกครอง ทั้งนี้เป็นเพราะเด็กทารกอาจได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหากเกิดอุบัติเหตุใดๆ บนเครื่องบินเวลาที่นั่งร่วมเก้าอี้กับผู้ใหญ่ ผลของการบังคับใช้กฏนี้ทำให้อัตราการเสียชีวิตของเด็กทารกขณะเดินทางโดยเครื่องบินลดลง แต่ปรากฏว่าจำนวนเด็กที่เสียชีวิตจากการเดินทางทั้งหมดกลับเพิ่มขึ้นมาก ท่านผู้อ่านทราบไหมครับว่าเป็นเพราะอะไร ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะสิ่งจูงใจตามหลักเศรษฐศาสตร์ การที่มีการบังคับให้ผู้ปกครองต้องซื้อตั๋วให้เด็กทารกทำให้ครอบครัวจำนวนมากเลือกที่จะเดินทางโดยรถยนต์เพราะค่าใช้จ่ายถูกกว่าการเดินทางโดยเครื่องบิน และเพราะอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์สูงกว่าอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางเครื่องบินมาก ทำให้จำนวนเด็กทารกที่เสียชีวิตโดยการเดินทางทั้งหมดกลับเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลง

ในทวีปยุโรปก็เคยมีการศึกษาเปรียบเทียบอัตราการบริจาคอวัยวะในประเทศต่างๆ ผลปรากฏว่าประเทศต่างๆ ถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มแรกแทบจะไม่มีใครบริจาคเลย ส่วนกลุ่มที่สองแทบจะบริจาคกันทุกคน ท่านผู้อ่านอาจจะคิดว่าเป็นเพราะความแตกต่างของประชากรในเรื่องของศาสนา หรือความเชื่อประเพณี แต่ประเทศที่มีลักษณะคล้ายกันอย่างเช่น ประเทศเยอรมนีและประเทศออสเตรีย ก็มีอัตราการบริจาคอวัยวะที่ต่างกันมาก ต้นเหตุแท้จริงของความแตกต่างอธิบายได้ด้วยจิตวิทยา คือเกิดจากความเบี่ยงเบนของผู้คนในการกรอกข้อมูลทำใบขับขี่ ประเทศที่มีอัตราการบริจาคต่ำมีลักษณะที่ผู้คนจะต้องเลือกที่จะบริจาค (Opt-in) คือถ้าคุณไม่กาช่องที่เขากำหนดทางการก็จะถือว่าคุณไม่ต้องการที่จะบริจาคอวัยวะ ส่วนประเทศที่มีอัตราการบริจาคสูงมีลักษณะกลับกัน คือผู้คนจะต้องแจ้งว่าไม่ต้องการที่บริจาคอวัยวะ (Opt-out) ผู้อ่านอาจจะคิดว่าการตัดสินใจที่สำคัญขนาดนี้ไม่น่าจะขึ้นอยู่กับการออกแบบฟอร์มเพียงแค่นี้ แต่มีงานวิจัยหลายบทความที่พบว่าคนเรามักจะเลือกตัวเลือกอัตโนมัติ (Default option) ในกรณีที่ตัดสินใจยาก หรือไม่มั่นใจในการตัดสินใจ

จริงๆ แล้วก็มีตัวอย่างของกฏระเบียบและนโยบายของประเทศไทยที่อาจจะถูกกำหนดขึ้นโดยคำนึงถึงหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์เป็นสำคัญ แต่อาจจะไม่ได้คำนึงถึงสิ่งจูงใจตามแนวคิดของเศรษฐศาสตร์และความเบี่ยงเบนทางจิตวิทยาเท่าที่ควร ผู้เขียนจะไม่ขอกล่าวถึงรายละเอียดของตัวอย่างดังกล่าวในที่นี้ แต่จะขออนุญาตฝากข้อคิดจากห้องเรียนสองข้อเกี่ยวกับเรื่องการตัดสินใจไว้กับผู้อ่านทุกๆ ท่าน ศาสตราจารย์ Jean-Claude Thoenig ซึ่งเคยเป็น Dean ของสถาบัน INSEAD ได้เคยกล่าวไว้ว่า กฏระเบียบอาจจะทำให้เกิดประสิทธิภาพ (Efficiency) และความเท่าเทียม (Equality) แต่ความเท่าเทียมก็ไม่ใช่ความยุติธรรม (Fairness) เสมอไป ดังนั้นผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ควรมีความกล้าหาญในการใช้วิจารณญาณ (Judgment) ในการตัดสินใจ อีกข้อคิดหนึ่งเป็นคำพูดที่ศาสตราจารย์ Ron Howard แห่งมหาวิทยาลัย Stanford ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นบิดาของ Decision Analysis ได้กล่าวเตือนบรรดานักศึกษาในคาบเรียนสุดท้ายว่า หลายๆ ครั้งคนเรามักจะเกิดความสับสนระหว่างการตัดสินใจ (Decision) กับผลลัพธ์ (Outcome) เราจะได้ยินบ่อยครั้งว่าคุณภาพของการตัดสินใจถูกประเมิณจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น (Ex-post) เช่น การลงทุนทางธุรกิจที่ได้ผลดี หรือการแข่งขันการกีฬาที่พ่ายแพ้ ในกรณีเช่นนี้ซึ่งเป็นการตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน (Decisions under uncertainty) เราไม่ควรประเมิณว่าผลลัพธ์ที่ดีเกิดจากการการตัดสินใจที่ดี หรือผลลัพธ์ที่ไม่ดีเกิดจากการการตัดสินใจที่ไม่ดี แต่เราควรพิจารณาว่าการตัดสินใจของเราก่อนที่จะทราบผลลัพธ์ (Ex-ante) นั้นสอดคล้องกับความเชื่อ (Beliefs) และความพึงพอใจ (Preferences) ของเราหรือไม่อย่างไร


(JPG) นายนภดล ธรรมเนียม นทร.หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (รุ่นที่ 1) สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี Université du Maine เมือง Le Mans ฝรั่งเศส

โอกาส.... นับตั้งแต่ที่ข้าพเจ้ารับโอกาสศึกษาต่อต่างประเทศ ทำให้ข้าพเจ้าได้รับ โอกาส อื่นๆอีกมากมาย โอกาสที่ได้เรียนรู้วัฒนธรรม สังคม ที่แตกต่าง ความแตกต่างเหล่านี้ได้นำไปสู่การปรับตัว การปรับตัวเพื่อที่ก้าวไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแกร่ง อดทน ต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านี้แล้ว ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้ว่าการที่เราตั้งใจทำอะไรสักอยางนั้น ถ้าเรามีความตั้งใจอดทนและพยายามทำอย่างสุดความสามารถ ข้าพเจ้าเชื่อว่าความสำาเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม อย่างไรก็ตามเเต่ นี่ก็เป็นเพียงก้าวแรกๆของชีวิต เพราะว่าหลังจากนี้ยังมีอุปสรรคมากมายที่ยังรอเราอยู่ และข้าพเจ้าจะนำประสบการณ์ที่ ได้จากการเรียนรู้ไปประยุกต์เพื่อที่จะฟันฝ่าและเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ต่อไป ...


(JPG) นางสาวสุชีลา พลเรือง นทร.กระทรวงวิทยาศาตร์ สำเร็จการศึกษาปริญญาโท คณะ Maschinenbau Studienrichtung : Verfahrenstechnik / RWTH Aachen เมือง Aachen / เยอรมนี

สิ่งหนึ่งที่ดิฉันทึ่งและประทับใจมากในประเทศเยอรมนี คือการที่ประเทศสามารถเจริญเติบโตเป็นประเทศที่มีความสำคัญในเวทีโลกทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในทุกวันนี้ ทั้งที่เมื่อ 60 กว่าปีที่แล้ว ประเทศไม่เหลืออะไรเลย พ่ายแพ้สงคราม ประเทศถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ความยากจน ความลำบาก การสูญเสีย พบได้ทั่วไปในทุกที่ จากวันที่สินค้าที่ตีตรา “Made in Germany” เคยเป็นการบ่งบอกว่า เป็นสินค้าไร้คุณภาพ ราคาต่ำ แต่ในเวลาต่อมากลับกลายเป็นเครื่องหมายรับประกันคุณภาพ และได้รับความเชื่อถือในระดับโลก จากวันที่ความยากจนและการไม่ยอมรับในสิ่งที่แปลกแยกแตกต่างจากตน เป็นเรื่องใหญ่โตจนลุกลาม ทำให้เกิดการการทำลายล้างเผ่าพันธุ์ โดยมีการปลุกปั่นปลุกระดม ชวนเชื่อให้คนหลงผิดเป็นชอบ จนนำไปสู่ความสูญเสียอันประมาณค่ามิได้ในสงครามโลกครั้งที่สอง จนทุกวันนี้ สิ่งหนึ่งที่สังคมเยอรมันยอมรับไม่ได้เลยแม้แต่น้อยคือเรื่องการดูหมิ่นเหยียดหยามในความต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และจากวันที่ประเทศที่เคยเป็นหนึ่ง ถูกแบ่งเป็นสอง จนเพียรพยายามหาหนทางให้กลับมารวมกันได้อีกครั้งหนึ่งนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย มีอนุสรณ์เตือนใจให้ผู้คนได้ตระหนักและระลึกถึงอยู่เสมอ แม้ประเทศจะรวมเป็นหนึ่งแล้ว แต่เศษซากกำแพงเบอร์ลินยังคงอยู่ เพื่อเตือนใจและตอกย้ำว่า การแบ่งแยกนั้น จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น แม้ครั้งหนึ่ง ก็ยังมากเกินไป

มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เยอรมันเป็นอย่างที่เป็นทุกวันนี้ได้ ทั้งการมีวินัย ความเพียร การยึดถือเอาประสบการณ์เป็นครู เอาความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้ทำผิดซ้ำ ความขยัน ความซื่อสัตย์ในหน้าที่ของตน ความบากบั่น มุมานะ ใจสู้ ความสามัคคี และตระหนักในความเป็นชาติเดียวกัน และอื่นๆอีกมากมาย

ทุกครั้งที่ได้ข่าวความแตกแยก เหตุการณ์ไม่สงบที่เมืองไทย ดิฉันหวังและอยากจะเชื่อมั่นว่า ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีในที่สุด

ความแตกต่างมีอยู่ทุกที่ ทุกสังคม แม้ไม่เหมือนกัน เราก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ ถ้าเคารพในกฏระเบียบเดียวกัน เห็นอกเห็นใจ สามัคคีกัน ระลึกและตระหนักในความเป็นชาติเดียวกัน อย่าปล่อยให้ความหลงผิด คึกคะนอง การแบ่งพรรคแบ่งพวกว่าพวกเขาพวกเรา นำพาให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ขึ้นก่อน ก่อนจะสำนึกและระลึกได้ว่า ดีแค่ไหนกับสิ่งที่เรามี ดีแค่ไหนที่ “เราเป็นคนไทยเหมือนกัน”